خرید vpn خرید کریو خرید کریو خريد vpn
เพลงคาราบาว | คาราบาว (Carabao)

คาราบาว (Carabao)

รวมเรื่องราวของวงคาราบาวและบทเพลงเพื่อชีวิต

Posts Tagged ‘เพลงคาราบาว’

คาราบาว

คาราบาว – คอนเสิร์ต 30 ปีคาราบาว

 

คอนเสิร์ต 30 ปี คาราบาว เวโลโดรม รีเทิร์น

คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นความร่วมมือของบริษัทชั้นนำของประเทศไทยทั้ง 8 บริษัท ร่วมมือกับเฟรชแอร์ เฟสติวัล และวอร์นเนอร์ มิวสิค (ไทยแลนด์)และช้างร่วมฉลอง มหกรรมดนตรี 30 ปี คาราบาว เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการเพลงเพื่อชีวิตและนำความบันเทิงจากคาราบาวมอบให้กับแฟนเพลงคาราบาวทั่วโลก ในวาระครบรอบ 30 ปี วงดนตรีคาราบาว และตำนานบทเพลงเเพื่อชีวิต

คาราบาว

คาราบาว – คอนเสิร์ต 30 ปีคาราบาว

ด้วยผลงาน 26 อัลบั้ม กับความยาวนานของวงคาราบาวที่ได้ทำผลงานเพลงให้กับแฟนเพลงคาราบาวมานาน 30 ปี เพลงฮิตนับร้อยเพลงและอายุการทำงานบนถนนสายดนตรีที่ยืนยาวถึง 3 ทศวรรษ คาราบาวสามารถสืบสานงานเพลงเพื่อชีวิตและความเป็นไปของกระแสสังคม และความนิยม จากแฟนเพลง รุ่นหนึ่งไปสู่แฟนเพลงอีกรุ่นหนึ่งได้อย่างต่อเนื่อง และยาวนาน จนกลายเป็นตำนานอีกหน้าหนึ่งของวงการเพลงไทยนอกจากความนิยม และความสำเร็จที่ได้รับ คาราบาวยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ๆ ให้กับวงการเพลงไทย

คาราบาว

คาราบาว – คอนเสิร์ต 30 ปีคาราบาว

บทเพลงของคาราบาว ยังบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตของผู้คนในในสังคมในแต่ละยุคแต่ละสมัยว่ามีความเป็นไปและมีเรื่องราวในยุคนั้นอย่างไรบ้าง หยอกเย้าเรื่องการเมือง ตั้งคำถามถึงปัญหาสังคม และบันทึกสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา ทำให้พวกเขาไม่ต่างไปจากกระบอกเสียงของผู้คนหลาย ๆ ที่ต้องการเรียกร้องความรู้สึงของคนส่วนใหญ่ในสมัยนั้นในสังคมที่หากไม่มีโอกาสได้แสดงออกได้พูด คาราบาว คือเสียงของพวกเขาและทำให้ คาราบาวเป็นวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดวงหนึ่งของวงการเพลงในประเทศไทยและต่างประเทศเป็นมากกว่าวงดนตรีทั่ว ๆ ไปและนี่คือ “คาราบาว” ตำนานแห่งเพลงเพื่อชีวิต

   คอนเสิร์ต 30 ปี คาราบาว Part 1

   คอนเสิร์ต 30 ปี คาราบาว Part 2

   คอนเสิร์ต 30 ปี คาราบาว Part 3

 

วงคาราบาว

วงคาราบาว – กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ประวัติ เขียว คาราบาว

ชื่อ : กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร

เกิดเมื่อ : วันที่ 25 มกราคม พุทธศักราช 2495 ที่โรงพยาบาลศิริราช

การศึกษา : เข้ารับการศึกษาระดับชั้นอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ และในระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสาธิตสวนสุนันทาวิทยาลัย จบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 83 (รุ่นเดียวกันกับนายธีรยุทร บุญมี) และเข้าศึกษาต่อที่มหาลัยรามคำแหง ในคณะบริหารฯ (เป็น ปีแรกที่เปิดรับสมัครนักศึกษา) หลังจากใช้เวลาศึกษาได้แค่ปีเดียว ได้ย้ายไปศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กล้วยน้ำไท) ในคณะบริหารฯเช่นกัน จนกระทั่งได้ตัดสินใจไปศึกษาต่อที่ Mapua Institute of Technology ประเทศฟิลิปปินส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขา เครื่องกล (ในปี พศ. 2516 – 2520)

วงคาราบาว

วงคาราบาว – กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร

เริ่มชีวิตการทำงานกับบริษัท Asian Appraisal (ประเทศไทย) จำกัด ในตำแหน่ง วิศวกรประเมิณราคาเครื่องจักรฯ (ตั้งแต่ พศ. 2520 ถึง 2525)เริ่มต้นหัด(ไม่ได้เรียน)เล่นดนตรีตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถม โดยเริ่มจาก “กลอง” ก่อนที่หันมาหัดเล่นกีตาร์ในที่สุด เริ่มต้นตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆโดยใช้ชื่อว่า “Highway 66” เมื่อเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยได้ร่วมกับเพื่อน นักเรียนตั้งวงตระเวณเล่น ตามงานต่างๆ โดยใช้ชื่อว่า “Farrowry” จนกระทั่งจบการศึกษา ด้วยใจที่รักดนตรีและเสียงเพลงจึงไม่คิดที่จะเรียนต่อ หันเหชีวิตเข้าสู่การเป็นนักดนตรีอย่างเต็มตัวเข้าร่วมเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ ที่มีแนวคิดเดียวกัน“The Experience” วงดนตรีวงแรกของชีวิตนักดนตรีกึ่งอาชีพ (เนื่อง จากยังมีภาระต้องเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงฯ) ตระเวณเล่นตามสถานบันเทิงต่างๆ แต่เป็นแค่เพียงการเล่นแทนวงประจำในช่วงวันหยุดเท่านั้น“September No.9” คือจุดเริ่มต้นของชีวิตนักดนตรีอาชีพอย่างจริงจัง โดยเล่นประจำอยู่ที่ “Thai Heaven” บนถนนเพชรบุรี ตัดใหม่ซึ่งเป็นแหล่งรวมของสถานบันเทิง (เรียกว่า “บาร์” ในสมัยนั้น) ของเหล่าทหาร G.I. (General Independent คือทหารอเมริกันที่เข้าร่วมรบในสงครามเวียตนาม ซึ่งรัฐบาลอนุญาตให้อเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพในสมัยนั้น)
ในสองปีถัดมาได้แยกตัวออกมากับเพื่อนมือกลองมาร่วมวงกับนักดนตรี ฟิลิปปินส และมาเลเซียตั้งวง “War Lord” เล่นประจำ ในผับบนชั้นสองของอาคารนายเลิศ ถนนสุขุมวิท จนกระทั่งได้รับการทาบทามจากวงดนตรีหญิงล้วนจากประเทศเกาหลีใต้ให้เข้าร่วม ซ้อม เพื่อเดินทาง ไปเล่นที่ ประเทศเยอรมันนี หลังจากร่วมซ้อมได้ไม่นานนักเกิดความไม่มั่นใจในเส้นทางดนตรี จึงเบนชีวิตหัน กลับมาเรียนใหม่ บินลัดเลาะไปศึกษาต่อที่ประเทศฟิลิปินส์จนกระทั่งได้พบกับนายยืนยง โอภากุล(แอ๊ด) และนายสานิตย์ ลิ่มศิลา(ไข่) เพื่อนร่วมมหาลัย’ ได้ร่วมกันตั้งวงเล่นในแนวacoustic และ ได้เข้าร่วมประกวดดนตรีประจำมหาลัยจนได้ผ่านเข้ารอบ 10 วงสุดท้ายโดยใช้ชื่อว่า “Carabao”เมื่อจบการศึกษาและ เดินทางกลับมาเมืองไทย ได้สานต่อการตระเวณเล่นดนตรีกับ “แอ๊ด” และ “ไข่”ตาม โรงแรมต่างๆ จนกระทั่ง “ไข่” ขอแยกตัวกลับเมืองใต้บ้านเกิดเพื่อทำงานในวิชาชีพที่เรียนมา จึงหันไปร่วมวงกับ สุเทพ และ บุษปรัชต์ ถวัลย์วิวัฒน์กุล ในนามวง “โฮป” (แต่ยังเล่นเพลงสากลเท่านั้น ยังไม่มีผลงานเพลงไทย) ในขณะเดียวก็ร่วมกับ “แอ๊ด” ออกผลงานเพลงไทยชุดแรก “ขี้เมา” ภายใต้ชื่อวง “คาราบาว” ในสังกัด พีค็อก เร็คคอร์ด ในปีพุทธศักราช 2524 และต่อมาในชุด “แป๊ะขายขวด” โดยมี ปรีชา ชนะภัย(เล็ก) เข้ามาร่วมทำงาน จนกระทั่งถึงชุด “วณิพก” ที่ทำให้ “คาราบาว” เริ่มป็นที่รู้จักของประชาชนจน ต้องมีการตระเวณทัวร์แสดงตามต่างจังหวัด จึงได้ลาออก จากงานประจำ และทำงานเพลงกับ “คาราบาว” จน ถึงชุด “ห้ามจอดควาย”ความเป็นมาของงานเพลงล่าสุด “ชีวิตนี้…สุขใจ”

วงคาราบาว

วงคาราบาว – กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร

10 กว่าปีที่ห่างไปจากดนตรี อาจจะเป็นเพราะมีหลายๆอย่างที่ไม่อยากรับรู้ บวกกับความผันแปรของวงการเพลงในบ้านเรา ที่ทำให้คนจริงในด้านดนตรีค่อยๆถอยห่างออกไปทีละคนสองคน หรือที่เหลืออยู่ก็ต้องดิ้นรน หรือฝืนใจทำในหลายสิ่งหลายอย่าง ทำไงได้…..ก็มีภาระ มีผู้คนตาดำๆที่ต้องดูแลอยู่รอบกายมาถึงวันนี้……..ผมได้พบกับสัจจะธรรมของชีวิต และด้วยวัยที่ใกล้เลขหกเข้ามาทุกที ทุกสิ่งทุกอย่างก็เลยคลี่คลาย ความรู้สึกในตอนนี้เป็นสิ่งที่อธิบายเป็นวาจา หรือภาษามนุษย์ได้ยากมาก (หรือว่าเราไปเสียแล้ว..ก็ ไม่รู้) คิดว่าคนเราเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ทุกๆคนจะค้นพบตัวเองในที่สุด
ช่วงที่ชีวิตไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากนัก เลยมีเวลานั่งคิด นอนคิด ทำอะไรหลายๆอย่างที่รักและชอบ ยังไงเสีย “ดนตรี” ก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้มีความสุขได้เสมอ“ชีวิตนี้…สุขใจ” เป็นงานเพลงที่ ได้เพื่อนๆ และน้องๆมากมายกระตุ้นต่อมอยากอยู่ตลอดเวลา พอ ”ป๋า” สั่งลุยเท่านั้นเอง ก็พากันมาเพียบเต็มไปหมด บรรยากาศในการทำงาน สนุกและอบอุ่นสบายๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปๆก็ยังทำท่าว่าจะยังไม่แล้วสักที อาจจะเป็นเพราะว่าอยากให้ช่วงเวลาของการทำงานเพลงชุดนี้มันไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ…..จนมีเสียงทักมาจากหลายๆคนว่า “ป๋า จะ…เอาถ้วยเลยหรือ?” ตกใจมานึกได้ว่า “มันจะครบปีแล้ว นี่นา”งานเพลงชุดนี้ จะผ่อนๆ สบายๆ ก็ “ชีวิต นี้…สุขใจ” จริงๆ ครับ

วงคาราบาว

วงคาราบาว – กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ผลงานเพลง อัลบั้มเดี่ยว

- ก่อ กวน (พศ. 2533)
- หัวใจ และเวลา (พศ. 2536)
- เซอโซไซตี้ (พศ.2537)
- ตกสำรวจ (พศ. 2538)
- Studio Party (พศ.2544)
- Acoustic Funs (พศ.2546)
- Kirati Project # 1 (พศ.2550)
- ชีวิตนี้…สุขใจ(พศ.2552)

อัลบั้มอื่นๆ

- Co-producer
- คอรัส เพื่อชีวิตชุดที่ 1 ”มนต์เพลง คาราบาว” (พศ. 2538)
- คอ รัส เพื่อชีวิตชุดที่ 2 ”รักคุณเท่าฟ้า” (พศ. 2540)
- CARABAO DANCE No. 1 “ท้าวติดไฟ” (พศ. 2542)
- CARABAO DANCE No. 2 “ควายตกมัน” (พศ. 2543)
- คอรัสเพื่อชีวิต(พศ.2553)
- Carabao Dance(พศ.2553)

Producer

- กีตาร์ร้อง เพลง Vol.1 (พศ. 2544)
- กีตาร์ ร้อง เพลง Vol.2 (พศ. 2544)
- E’zy E’zy Carabao – ศิลปิน “อ้อม” จาริยา ฉัตรสุวรรณ (พศ. 2543)
- เงินๆ ทองๆ – ศิลปิน สิบล้อ (พศ. 2549)

ธุรกิจอื่นๆ

ห้อง บันทึกเสียง Center Stage Recording ห้องอัด คาราบาว
Columnist หนังสือ Over Tone และ Commusic
ธุรกิจ ร้านอาหาร สเต็กลาว

วงคาราบาว

วงคาราบาว – เทียรี่ เมฆวัฒนา

ประวัติ เทียรี่ เมฆวัฒนา

เทียรี่ สุทธิยงค์ เมฆวัฒนา

เกิดเมื่อ : วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2501 ที่ประเทศลาว

การศึกษา : จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอัสสัมชัญ และการบริหารธุรกิจจากสหรัฐอเมริกา

 

วงคาราบาว

วงคาราบาว – เทียรี่ เมฆวัฒนา

เทียรี่นั้นมีพ่อเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนชื่อ เอนก เมฆวัฒนา แม่เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์เทียรี่เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการถ่ายแบบ แสดงละครและภาพยนตร์มาก่อน มีผลงานเช่น “โอ้กุ๊กไก่” ในปี พ.ศ. 2522 เป็นต้น เทียรี่มีผลงานทางดนตรีครั้งแรก โดยเล่นในแนวโฟล์ก เคยออกอัลบั้มร่วมกับ กิตติคุณ เชียรสงค์ และ ไพจิตร อักษรณรงค์ มาก่อน ก่อนที่จะเล่นเป็นวงแบ็คอัพในห้องอัดเสียงของ อโซน่า จนกระทั่งคาราบาวโดยแอ๊ด มาอัดเสียงที่ห้องนี้ จึงชักชวนให้เข้าร่วมวง และร่วมออกอัลบั้มชุดแรกกับคาราบาวในปี พ.ศ. 2526 ในชุด “ท.ทหารอดทน”โดยเพลงที่เทียรี่ร้อง มักจะเป็นเพลงช้า เนื้อหาซึ้ง ๆ ที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ แม่สาย, นางงามตู้กระจก, รักคุณเท่าฟ้า, มาลัย, สังกะสี เป็นต้น

วงคาราบาว

วงคาราบาว – เทียรี่ เมฆวัฒนา

ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 เทียรี่และสมาชิกในวงอีก 2 คน คือ อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี และอำนาจ ลูกจันทร์ ก็ได้ออกจากวง และออกอัลบั้มเป็นของตัวเองชุดแรก ในชื่อชุด “ขอเดี่ยวด้วยคนนะ” มีเพลงที่เป็นที่รู้จัก เช่น สาวดอย สอยดาว, วันเกิด, เงินปากผี เป็นต้น และในปีต่อมา พ.ศ. 2533 เทียรี่ก็ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองชุดแรก ชื่อชุด “เจาะเวลา…” ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีเพลงที่เป็นที่ฮิตและเป็นที่รู้จักกันดี เช่น ปาปาย่า ป๊อก ๆ , ความรักสีดำ, เจาะเวลาหาปัจจุบัน เป็นต้น
เทียรี่ เป็นนักร้องที่มีเสียงแหบเสน่ห์ เป็นตัวของตัวเอง โดยมากเพลงที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมเป็นเพลงช้า จึงได้มีโอกาสแต่งและร้องเพลงประกอบภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง เช่น ละครเรื่อง “สุดแต่ใจจะไขว่คว้า” ทางช่อง 3 เมื่อปี พ.ศ. 2532 ละครเรื่อง “ไผ่แดง” ทางช่อง 7 เมื่อปี พ.ศ. 2534 “ด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างโลก” ทางช่อง 3 เมื่อปี พ.ศ. 2537 “แม้เลือกเกิดได้” เมื่อปี พ.ศ. 2544 เป็นต้น และเคยร้องเพลงและออกอัลบั้มร่วมกับ อิทธิ พลางกูร ด้วย และจุดเด่นอีกประการหนึ่งของเพลงของเทียรี่อยู่ที่เนื้อร้องที่เล่นกับภาษาได้อย่างลงตัวและสนุก มีความหมาย เช่น เพลง พขร.ณ รมต. ที่เล่นกับตัวย่อทั้งเพลง, ฉำฉาฉ่อยฉุกเฉิน ที่เล่นกับอักษร ฉ.ฉิ่ง ทั้งเพลง, หัวใจจิ้มจุ่ม ที่เล่นกับอักษร จ.จาน , ไปไหนไปด้วย ที่มีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบเปรียบเปรยทั้งเพลง เป็นต้นและเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มเดี่ยวของเทียรี่มักจะแฝงไว้ด้วยป๊อปเซ้นส์เสมอซึ่งทำให้เพลงของเทียรี่ฟังง่ายและเป็นที่นิยม

วงคาราบาว

วงคาราบาว – เทียรี่ เมฆวัฒนา

เทียรี่ ได้ออกอัลบั้มส่วนตัวมาอีกหลายชุด เช่น สุดขั้วหัวใจ, ไม่เต็มบาท, คาถาเศรษฐี, ยาชูกำลัง, ไม่ชอบชวน, สุดทางรัก เป็นต้น โดยมีอัลบั้มชุดล่าสุด คือ เหงาตัวเท่าเธอ และกับวงคาราบาว เทียรี่กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับคาราบาว ในปี พ.ศ. 2538 คืออัลบั้ม “15 ปี คาราบาว หากหัวใจยังรักควาย” ซึ่งเป็นอัลบั้มที่รวมสมาชิกเก่าในวงมาร่วมงานกันอีกครั้ง
ในปี พ.ศ. 2552 เทียรี่ได้รับเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาทางโทรทัศน์ให้กับโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ G-Net โดยเป็นพรีเซนเตอร์ของโทรศัพท์ยี่ห้อนี้เป็นคนแรกด้วย และปัจจุปัน ยังเป็นสมาชิกของวงคาราบาว

วงคาราบาว

วงคาราบาว – เทียรี่ เมฆวัฒนา

ชีวิตส่วนตัว

เทียรี่ เมฆวัฒนา แต่งงานกับ อุทุมพร ศิลาพันธุ์ นักแสดงสาว ทั้งคู่ได้อยู่กินกันมานับสิบปี จนมีลูกด้วยกันทั้งสิ้น 2 คน คือ เจน เมขลา (ลูกสาว) และเจสซี่ เมฆ (ลูกชาย) แต่ก็ได้หย่าร้างกันเมื่อต้นปี พ.ศ. 2545 ฝ่ายเทียรี่เป็นคนขอหย่าเอง โดยอ้างว่าไม่มีเวลาให้กับครอบครัวเพียงพอ ปัจจุบัน เทียรี่มีห้องอัดเสียงเป็นของตนเองชื่อ jessie & jane studio และมีบริษัทเพลงของตัวเองชื่อ here entertainment และมีบริษัทชื่อ CRB entertainment จำกัด รับงานโฆษณาและผลิตรายการโทรทัศน์ และมีนิตยสารของตนเองชื่อ Coffee Break ปัจจุบัน น้องเจสซี่ ลูกชายของเทียรี่ อายุได้ 18 ปี ศึกษาอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ และเจน ลูกสาวคนโต ศึกษาอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนอกจากนี้แล้ว เทียรี่ ยังมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ด้วย เนื่องจากนายเอนก บิดาของเทียรี่เป็นน้องชายแท้ ๆ ของ นางไซย้ง มารดาของนายสนธิ

วงคาราบาว

วงคาราบาว – เล็ก คาราบาว

ประวัติ เล็ก คาราบาว

ชื่อ : ปรีชา ชนะภัย

เกิดเมื่อ : วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2498 ที่กรุงเทพมหานคร

การศึกษา : จบการศึกษาระดับมัธยมต้นที่โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม และ เข้าเรียนระดับอาชีวศึกษาที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย รุ่นเดียวกับแอ๊ด

แต่ทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันระหว่างที่เรียน เล็กเล่นดนตรีครั้งแรกในแนวเพลงคลาสสิก และเข้าร่วมกับวงเพรสซิเดนท์ เล่นตามห้องอาหารในโรงแรมต่าง ๆ ในตำแหน่งมือกีตาร์ เป็นที่เลื่องลือกันในหมู่นักดนตรีว่า เล่นได้ดี จนกระทั่งแอ๊ดได้มาเล่นดนตรีในโรงแรมเดียวกัน โดยวงเพรซซิเด้นท์เริ่มเล่นก่อน และต่อด้วยคาราบาว ระหว่างที่แอ๊ดเล่นดนตรีอยู่ เล็กได้มายืนมองด้วยความสนใจ แอ๊ดจึงได้ชวนเข้ามาร่วมวงด้วยกัน และออกอัลบั้มในชุดที่ 2 ของวง ในชุด “แป๊ะขายขวด” ในปี พ.ศ. 2525

วงคาราบาว

วงคาราบาว – เล็ก คาราบาว

เมื่อคาราบาวโด่งดังถึงขีดสุดในปี พ.ศ. 2527 เล็ก ในฐานะมือกีตาร์ของวง จึงได้แสดงภาพยนตร์ เป็นครั้งแรก ในเรื่อง “หยุดหัวใจไว้ที่รัก” ซึ่งได้ไปถ่ายทำถึงประเทศญี่ปุ่น โดยรับบทเป็นพระเอกเอง ประกบคู่กับนางเอก อนุสรา จันทรังษี

ชีวิตส่วนตัว เล็ก คาราบาว สมรสกับ ศศิธร ชนะภัย โดยมีบุตรชาย 2 คน ชื่อ ต๊อด และ แฟ้บ (ประกาศิต) โดยบุตรคนแรกเกิดจากภรรยาเก่า และมีกิจการส่วนตัวนอกเหนือจากการเล่นดนตรีคือ ผลิตกีตาร์โปร่งในนามของวงคาราบาว โดยเริ่มผลิตออกมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2547 โดยออกมา 2 ชุด ใช้ชื่อรุ่นว่า “คนเก็บฟืน” และ “มนต์เพลงคาราบาว” และได้ร่วมแสดงภาพยนตร์อีกครั้ง ในเรื่อง “แฟนฉัน” ในปี พ.ศ. 2546 ที่โด่งดัง โดยรับบทเป็นพ่อของตัวละครเด็กหญิงในเรื่อง และออกหนังสือที่เกี่ยวกับประสบการณ์การแสดงดนตรีในอเมริกา ในปี พ.ศ. 2545 ชื่อ “135 วัน อเมริกัน อเมริกา” และอีกเล่มเกี่ยวกับประสบการณ์การเล่นดนตรีตั้งแต่ยุคแรก ๆ ในปี พ.ศ. 2550

วงคาราบาว

วงคาราบาว – เล็ก คาราบาว

เล็ก คาราบาว นับได้ว่าเป็นนักกีตาร์ฝีมือดีคนหนึ่งของเมืองไทย สามารถเล่นกีตาร์ได้โดยไม่ใช้ปิ๊ก มีฝีมือการโซโล่กีตาร์อันดับต้น ๆ ของประเทศ รวมทั้งเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลาย เช่น แบนโจ, คีย์บอร์ด, เปียโน, กลอง เป็นต้นนับเป็นนักดนตีที่มีความสามารถคนหนึ่งของวงการเพลงไทย เล็ก คาราบาว ออกอัลบั้มเดี่ยวของตนชุดแรกในปี พ.ศ. 2532 ในชื่อชุด “ดนตรีที่มีวิญญาณ” มีความโดดเด่นและทันสมัยในแนวดนตรีในแบบโพรเกรสซีฟร็อก จึงทำให้ได้รับรางวัลสีสันอะวอร์ดทั้งสาขาศิลปินชายยอดเยี่ยมและอัลบั้มยอดเยี่ยม ในปีนั้นด้วย และมีอัลบั้มเดี่ยวออกมาต่อจากนั้นหลายชุด เช่น ภูผาหมอก, เรา…คนไทย, ล…เล็ก , มีดกรีดใจ, ขอทานเจ้าสำราญ,โลกใบนี้ เป็นต้น โดยบทเพลงที่แสดงถึงความสามารถทางดนตรีของเล็ก ที่เห็นเด่นชัดคือเพลง ขุนเขายะเยือก ซึ่งเป็นเพลงบรรเลงที่มีการโซโล่กีตาร์ยาวนานถึง 5 นาที ในอัลบั้ม หากหัวใจยังรักควาย ปี พ.ศ. 2539

เล็ก คาราบาว มีบุคลิกที่ค่อนข้างเงียบขรึม ไว้หนวดยาวเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยไว้มาตั้งแต่ยังหนุ่ม ปัจจุบัน เล่นเครื่องดนตรีไฟฟ้าน้อยลง โดยมีความสนใจอยู่ที่เครื่องดนตรีพื้นเมืองของภูมิภาคเอเชีย เช่น กู่เจิง, ซออู้ เป็นต้น และติดปิ๊กไว้กับเล็บนิ้วชี้มือขวาตัวเองอย่างถาวร

อดิเรก : ชอบทำอาหาร คือ การเข้าครัวทำอาหารด้วยตนเอง โดยคิดค้นสูตรด้วยตัวเองแบบไม่มีอะไรตายตัว

วงคาราบาว

วงคาราบาว – เล็ก คาราบาว

วงคาราบาว

วงคาราบาว – ยังบาว คาราบาว เดอะมูฟวี่

 

Young Bao ยังบาว คาราบาวเดอะ มูฟวี่

นักแสดงนำ

เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ- ที่รับบทเป็น – เล็ก คาราบาว
บอม-ธนา เอี่ยมนิยม- รับบทเป็น – แอ๊ด คาราบาว
ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์- รับบทเป็น – เทียรี่ คาราบาว
เต๋า-สมชาย เข็มกลัด- รับบทเป็น – เป้า คาราบาว
แบงค์-ปวริศร์ มงคลพิสิฐ- รับบทเป็น – เขียว คาราบาว
เต้-ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ – รับบทเป็น – อ๊อด คาราบาว
หลิว-อาจารียา – ที่รับบทเป็น – ศิรินทรา นิยากร

………….และนักแสดงมากฝีมืออีกมากมาย

กำกับการแสดง : ยุทธกร สุขมุกตาภา

เรื่องย่อ

หนังเรื่องนี้เป็นการเล่นเรื่องถึงต้นกำเนิดและจิตรวิญญาณของวงคาราบาวโดยเรื่องมีอยู่ว่าเขียวและไข่ ได้มาตั้วงดนตรีนักศึกษาไทยในฟิลิปปินส์ก่อน จากนั้นไข่ก็แนะนำให้เขียวมาเจอกับแอ๊ดและเริ่มตั้งวงดาตรีนักศึกษาด้วยกันที่ประเทศฟิลิปปินส์ จากนั้นต่างตยก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตนและแอ๊กก็กลับมาทำงานที่ประเทศไทยซึ่งต่อมาเมื่อเขียวกลับมาเล่นดนตีที่ประเทศไทยก็ได้ชวแอ๊ดมาเล่นดนตรีทีผับด้วยกันซึ่งสมัยนั้นเพลงไทยนั้นไม่ได้เป็นที่นิยมตามร้านนั้นจะเล่นแต่เพลงฝรั่งซึ่งเมื่อแอ๊ดได้เจอกับเขียวก็ได้มีความคิดที่จะตั้งวงอีกครั้งโดยใช้ชื่อว่าคาราบาว ที่แปลว่าควาย ซึ่งใช้ที่ประเทศฟิลิปปินส์นั่นเองแอ๊ดและเขียวเรื่มทำอัลบัมชุดแรกแต่ก็ไม่ได้เป็นที่ยอมรับของตลาดสมัยนั้นและต่อมาแอ๊ดก็ได้เจอกับเพื่อนเก่าที่เรียนอุเทนถวายด้วยกันชื่อ เล็ก คาราบาวนั้นก็ได้สมาชิมใหม่มากด้วยฝีมืออีกคน เล็กนั้นก็ได้ลาออกจากวงเก่าและได้ร่วมตั้งวงคาราบาวอย่างจริงจังโดยเล็กได้ร่ามเรียบเรียงเพลงและเป็นคนจัดหาคนมาเข้าร่วมวงคาราบาว แต่ก็ยังหาไม่ได้จนคาราบาวได้ออกอัลบัมชุดที่สองและได้ไปเสนอขายค่ายเทปในสมัยนั้นและค่ายเทปก็ได้หาสมาชิกมาให้วงคาราบาวเพื่ออกกคอนเสิร์ตไปพร้อมกับเป็บแบคอัพให้กับวงดนตรีลูกทุ่งและต่อมาวงคาราบาวก็ออกเทปเรื่องมาจบถึงปัจจุบันจากวงดนตรีที่ไม่มีใครยอมรับในสมัยนั้นกลายเป็นวงดนตรีชื่อดังในปัจจุบัน………..